การรักษาฝ้า – Bangkok Aesthetic Clinic

การรักษาฝ้า

ฝ้า(Melasma) เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยมากโดยเฉพาะในคนเอเชีย (ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) เป็นปัญหาที่ท้าทายแพทย์ผิวหนังทั่วโลก เนื่องจากรักษาให้หายขาดทำได้ยากมาก ดังนั้น การรักษาปัจจุบัน พบว่า มีหลากหลายจนทำให้คนไข้ต่างสับสน ทั้งครีมลอกฝ้า Hydroquinone, วิตามินเอ, Glycolic acid, vitamin C, Arbutin, Glutathione การกรอผิว Dermabrasion chemical peeling การใช้กรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว เลเซอร์ก็มีหลายชนิด ทั้ง Q-Switch ND Yag, Ruby, Alexandrite, IPL, Fractional laser การรักษามีมากมายจนคนไข้สับสน

คนไข้บางคนรักษามาเกือบทุกวิธี แต่ก็ยังไม่หาย ไม่ดีขึ้น บางคนฝ้ากลับเข้มขึ้น หรือจนหน้าแดง ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคืองสู้แสงแดดไม่ได้

ดังนั้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญของแพทย์ จึงสำคัญในการเลือกวิธีที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ เพราะคนไข้แต่ละคนมีความต้องการและปัญหาที่แตกต่างกันไป เราจึงมีวิธีการรักษาฝ้าหลายวิธี ที่รักษาให้ตรงกับสาเหตุของการเกิดฝ้า ไม่ใช่การรักษาตามแบบเดียวกันทั้งหมด

วิธีการรักษา และการป้องกันฝ้า

การใช้เลเซอร์ Laser treatment เพื่อดึงเอาเม็ดสีใต้ผิวหนังออกเป็นการรักษาที่ตรงวิธีที่สุดโดยทาง BSL Clinic มีประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี ในการดูแลคนไข้ที่มีปัญหาฝ้า ซึ่งใช้เลเซอร์แบบดึงเอาเม็ดสีออกร่วมกับการส่งผ่านสารที่สามารถหยุดยั้งการสร้างเม็ดสีและมีความปลอดภัย เพื่อให้การรักษาได้ประสิทธิภาพมากขึ้นและที่สำคัญคือ ไม่กลับมาเข้มขึ้นหลังหยุดรักษา

การรักษาด้วยเลเซอร์อีกชนิดคือการรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อให้เม็ดสีแตกออกและสลายไป (กลุ่ม Q –switch laser) ซึ่งจะดีผลดีขึ้นระหว่างการรักษา แต่จะทำให้เกิดจุดด่างขาวได้หลังการรักษาและถ้าหยุดรักษาก็จะมีโอกาสเข้มข้นจึงต้องทำไปเรื่อยๆตลอด(หยุดไม่ได้) ดั้งนั้นเราทีมแพทย์ BSL clinic จึงเห็นว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ไม่ใช่การรักษาที่เหมาะสมและดีที่สุด

เลือกใช้สารที่สามารถหยุดยั้งการสร้างเม็ดสีและมีความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์จาก Skinesia มีประสิทธิภาพในการลดเม็ดสี โดยสามารถทำงานหยุดยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีได้ครบทั้ง 4 ขั้นตอนคือ

  1. หยุดยั้งโรงงานผลิตเม็ดสี (Inhibition of melanocyte activation)
  2. หยุดยั้งสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดสี (Reducing amount of tyrosinase)
  3. การหยุดยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีโดยการขัดขวางเอมไซน์การสร้างเม็ดสี (Inhibiting tyrosinase activity)
  4. หยุดยั้งการส่งผ่านเม็ดสีสู่ชั้นผิวหนังและสามารถช่วยให้ฝ้าจางโดยลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี และทำให้เม็ดสีเมลานิน ลดลง (Blocking melanin transfer into keratinocytes)

ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดที่ไม่มีสารเคมีทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าขึ้นมาใหม่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF ประมาณ 30 ขึ้นไป และ UVA PA +++ มีส่วนผสมของสารสะท้อนรังสี หรือมีส่วนผสมของกลุ่มวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) โดยเฉพาะสารกันแดดที่ไม่มีสารเคมีหรือ Physical sunscreen จึงไม่ทำลายผิว

ภาพก่อนและหลังการรักษา คนไข้ที่มีปัญหากระและฝ้า โดยมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ

หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”

คนไข้คนนี้ มีปัญหากระและฝ้า โดยมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
การรักษา โดยใช้หลักการเอาเม็ดสีออก ร่วมกับการแก้ไขร่องใต้ตาด้วยสารเติมเต็ม ที่ BSL Clinic by Ananclinic

หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”

คนไข้คนนี้ มีปัญหาฝ้า ซึ่งเป็นมาเวลานาน
การรักษา โดยรกษาฝ้า 4 ครั้งเป็นเวลา 4 เดือน ที่ BSL Clinic by Ananclinic

หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”

คนไข้คนนี้ มีปัญหาฝ้า ลงลึกถึงใต้ผิวหนัง
การรักษา ด้วยการใช้เลเซอร์ Laser treatment เพื่อดึงเอาเม็ดสีใต้ผิวหนังออก ที่ BSL Clinic by Ananclinic

หมายเหตุ : “ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”

คนไข้คนนี้ มีปัญหาฝ้า ซึ่งเคยทำเลเซอร์สลายเม็ดสีมาก่อนแล้วมาปรึกษาเราจะรักษาได้ยากกว่าปกติ จะพบว่ามีลักษณะเป็นด่างขาวบริเวณฝ้าและมีขอบที่ชัดเจน
การรักษา ด้วยการรักษาที่ BSL Clinic จะเป็นการดึงเอาเม็ดสีออกซึ่งจะไม่เข้มขึ้นหลังการรักษา

บทความโดย พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนัง ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save